ลักษณะลายไม้ที่ได้รับความนิยมในการสร้างบ้านไม้

ไม้ เป็นวัสดุประเภทหนึ่งที่มนุษย์รู้จักนำมาประยุกต์ใช้สำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน ด้วยความที่เป็นวัสดุอันเกิดมาจากธรรมชาติจึงทำให้ไม้ยังคงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมสำหรับการใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้านของมนุษย์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานเสมอมา การสร้างบ้านในยุคนี้เองแม้ว่าจะมีวัสดุหลากหลายประเภทให้ได้เลือกใช้งาน อาทิ ปูน, เหล็ก, ไม้เทียม, พลาสวูด เป็นต้น แต่ยังไงเสียไม้เองก็ยังคงเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมเสมอมาไม่เสื่อมคลาย

ประเภทของลายไม้ที่ได้รับความนิยมในการนำมาสร้างบ้าน

สำหรับการเลือกไม้ในการนำมาใช้สร้างบ้านก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นความคงทนแข็งแรง การใช้งานของที่พัก ความสามารถในการหาไม้มาใช้ งบประมาณ ทว่าหากมองถึงเรื่องความสวยงามของไม้ในการนำมาสร้างบ้าน ลายไม้จัดเป็นสิ่งที่จะสามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าไม้ชนิดนี้มีความสวยงามมากขนาดไหน ซึ่งลายไม้แต่ละประเภทก็จะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับตัวของไม้ชนิดดังกล่าว สำหรับคนที่มองเรื่องของความสวยงามในการสร้างบ้านไม้เป็นหลักก็จะเลือกมองที่ลายไม้ว่าลายไม้ชนิดไหนสวยถูกใจตนเองมากที่สุด เพราะฉะนั้นลองมารู้จักกับลายไม้จากไม้ประเภทต่างๆ ที่มักจะได้รับความนิยมในการนำมาสร้างบ้านว่ามีอะไรบ้าง

  1. ลายไม้เต็ง – ไม้เต็งจัดเป็นไม้เนื้อแข็งประเภทหนึ่งลักษณะของลายจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนแต่เมื่อตัดทิ้งไว้สักพักก็จะกลายเป็นสีน้ำตางที่เข้มขึ้น นิยมใช้สำหรับการทำงานภายนอกเนื้อจากลายจะค่อนข้างหยาบแข็ง
  2. ลายไม้แดง – เป็นไม้เนื้อแข็งที่ลายไม้จะเป็นลักษณะสีน้ำตาลอมแดงเข้ม ผิวบริเวณลายไม้จะค่อนข้างมีความชัดเจนอย่างมากลักษณะเป็นแบบสัมผัสผิวลายที่จะมีสีสันสวยงามมากๆ ส่วนใหญ่นิยมนำมาทำเป็นวงกบ, พื้น, หน้าต่าง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ด้วย
  3. ลายไม้มะค่า – เป็นไม้เนื้อแข็งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอีกชนิดในการนำมาสร้างเป็นบ้านไม้ เนื่องจากว่านอกจากจะมีความแข็งแรงแล้ว ลายไม้ สีไม้ จะมีความชัดเจน สวยงาม ถ้าหากเป็นที่ปลูกจากประเทศไทยจะมีสีน้ำตาลเข้มอย่างเห็นได้ชัด นิยมนำมาสร้างเป็นพื้นบันได พื้นบ้าน เป็นต้น
  4. ไม้ตะแบก – เป็นไม้ที่มีลายไม้สีน้ำตาลอมเหลือง ส่วนลักษณะของลายไม้จะค่อนข้างสวยงามใกล้เคียงกับลายของไม้สักเลยทีเดียว นิยมนำมาไสแล้วจึงใช้ตกแต่งในส่วนต่างๆ ของบ้าน เช่น บานประตู, พื้นบ้าน เป็นต้น
  5. ไม้เนื้ออ่อน – เป็นไม้ที่มีลักษณะอ่อน มีวงจากลายไม้กว้าง ลายไม้จึงอาจไม่ได้เยอะเหมือนกับประเภทอื่นๆ แต่ก็นิยมนำมาสร้างเป็นสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน

อุปกรณ์สำหรับช่างไม้มีอะไรบ้าง

ช่างไม้ถือว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่ค่อนข้างมีความสำคัญอย่างมาก ถือว่าเป็นอาชีพที่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญและความเชี่ยวชาญค่อนข้างสูง รวมถึงต้องค่อนข้างมีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์สำหรับใช้ในงานไม้ด้วย ลองมาดูอุปกรณ์ของช่างไม้ว่ามีอุปกรณ์ประเภทใดบ้างที่ช่างไม้จำเป็นต้องเลือกนำมาใช้งาน

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับช่างไม้

  1. ตลับเมตร – อุปกรณ์อันดับต้นๆ ที่เราจะเห็นช่างไม้ทุกคนพกติดตัวตลอดเวลา เพราะนี่คืออุปกรณ์สำหรับการวัดขนาดต่างๆ เพื่อตัด ต่อ ประกอบ วัดความสูง ความยาว ความกว้าง ความหนา ปกติตลับเมตรก็จะมีหน่วยวัดเป็นเมตร ฟุต นิ้ว เซนติเมตร
  2. ฉากเหล็ก – อุปกรณ์สำหรับการวัดเพื่อขีดมุมฉาก ปกติก็คือจะทำการวางฉากลงบนตัวไม้ ขอบจะต้องแนบสนิทกับผิวในด้านเรียบ จากนั้นก็สามารถขีดเส้นได้ตามที่ต้องการ
  3. ขอขีดไม้ – เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ขีดเพื่อเอาไว้สำหรับทำการเลื่อย ผ่า หรือทำรูเดือย ไม้ให้ตรงตามที่วัดเอาไว้ จะมีส่วนหัว ตัวแขนยึดที่แน่นด้วยสลักหรือขอยึด ปลายข้างหนึ่งจะมีเข็มปลายแหลมหรือตัวสลักเมื่อเอาออกแล้วจะเอาไว้วัดระยะห่างจากบริเวณปลายเข็มกับตัวส่วนหัว
  4. เลื่อย – เป็นเลื่อยที่เราจะเห็นโดยทั่วไป มีที่จับอยู่ที่ปลายด้านหนึ่ง ส่วนฟันเลื่อยที่ใช้สำหรับการตัดจะทำจากเหล็กสปริง ขนาดบาง ปลายเรียว เอาไว้สำหรับการเลื่อยไม้โดยเฉพาะ
  5. กบไสไม้ – อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของเหล่าบรรดาช่างไม้ทั้งหลาย ใช้เพื่อขัดผิวไม้ให้เรียบ ไม่มีเสี้ยน หรือขัดเพื่อให้ได้ทรงไม้ตามที่ต้องการ
  6. สิ่วแต่งไม้ – มีเอาไว้สำหรับการขูดผิวไม้หรือปากไม้ให้เรียบขึ้น ปกติแล้วด้ามจับจะเป็นยางหรือพลาสติก ส่วนตัวก้านที่เอาไว้ใช้ขูดจะทำจากเหล็กกล้า หัวแบน ซึ่งสิ่วบางตัวมีความคมค่อนข้างมาก
  7. สิ่วเจาะ – มีเอาไว้สำหรับการเจาะรูเดือย จะมีความหนา ทว่าความคมกับความกว้างจะน้อยกว่าสิ่วแต่งไม้ เวลาใช้งานจึงจำเป็นต้องใช้ค้อนช่วยทุบให้แซะเข้าเนื้อไม้ได้ดี
  8. สว่านข้อเสือ – ใช้สำหรับการเจาะรูเพื่อใส่น๊อตหรือสกรู เวลาใช้ต้องใส่ดอกสว่านที่จะมีหลายชนาดหลายลักษณะตามแต่ความต้องการสำหรับใช้งาน
  9. ค้อน – เป็นอีกอุปกรณ์ที่เห็นหน้าค่าตากันบ่อยมาก ใช้สำหรับการตีหรือทุบอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นไปตามที่ต้องการ อาทิ ตะปู ดอกสว่าน เป็นต้น
  10. เลื่อยฉลุ – เป็นเลื่อยขนาดเล็ก ตัวโครงจะเป็นโลหะมีใบเลื่อยขนาดเล็ก ส่วนมากจะเลือกใช้กับไม้ที่มีขนาดบางและไม่สามารถใช้เลื่อยปกติได้เนื่องจากว่ามันจะทำให้ไม้หัก ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่งานตกแต่งมากกว่างานที่ต้องใช้พละกำลังเพื่อตัดให้ไม้ขาดออกจากกัน

สร้างบ้านทั้งหลังด้วยไม้ชนิดใดดี

การสร้างบ้านไม้ถือว่าเป็นสิ่งที่คนไทยยังคงให้ความนิยมกันอยู่อย่างไม่ลดน้อยลงไปสักเท่าไหร่นัก ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศค่อนข้างร้อน การอยู่บ้านปูนหากไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมเยอะๆ ก็อาจทำให้สภาพอากาศภายในบ้านร้อนเป็นอย่างมาก แต่การสร้างบ้านทั้งหลังด้วยบ้านไม้ลมสามารถพัดเข้ามาได้ดีกว่า ทำให้อากาศค่อนข้างผ่อนคลายเย็นสบายมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ไม้ที่นิยมนำมาสร้างบ้านทั้งหลัง

จริงๆ แล้วต้องบอกว่าไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นบ้านทั้งหลังได้ก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆ ในการเลือกใช้งานไม้เหล่านั้นว่าต้องการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นหลัก โดยไม้แต่ละประเภทแน่นอนว่าย่อมมีคุณสมบัติที่เป็นข้อดีแตกต่างกันออกไป ลองมาดูไม้ที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ในการสร้างเป็นบ้านทั้งหลังว่านิยมเลือกใช้ไม้ชนิดใดกันบ้าง

  1. ไม้เนื้อแข็ง – ที่คือไม้ที่เรียกว่าน่าจะได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำมาสร้างเป็นบ้านทั้งหลังเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุผลประการหลักของการเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งในการสร้างบ้านก็คือมีความคงทนแข็งแรงสูงมากๆ ทำให้จะปลูกเป็นบ้านชั้นเดียวหรือบ้านสองชั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการนำไม้เนื้อแข็งมาเป็นวัสดุหลัก ทำให้คนที่เข้ามาอยู่อาศัยค่อนข้างมีความอุ่นใจถึงความแข็งแรงภายในบ้าน มีความปลอดภัยต่อสภาพดินฟ้าอากาศสูง นิยมจะนำมาใช้ในการวางโครงสร้างต่างๆ ของบ้าน อาทิ เสา คาน การปูพื้น หรือแม้แต่เพดานบ้าน ซึ่งไม้เนื้อแข็งส่วนใหญ่ที่นิยมนำมาใช้งานก็เช่น ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้ตะแบก ไม้ตะเคียนทองง ไม้แดง ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายไม้ทั่วไป หากเป็นสมัยก่อนอาจใช้ไม้สักด้วยแต่ปัจจุบันถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
  2. ไม้เนื้อแข็งปานกลาง – หากว่ามีไม้เนื้อแข็งที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปอย่างที่กล่าวไว้แล้ว ไม้เนื้อแข็งปานกลางก็เป็นไม้อีกชนิดที่นิยมนำมาใช้สร้างบ้านทั้งหลังไม่แตกต่างกัน คือที่บอกว่าเป็นไม้เนื้อแข็งปานกลางก็เพราะความแข็งแรงอาจไม่เท่ากับไม้เนื้อแข็งแต่ก็ไม่ได้อ่อนจนเป็นไม้เนื้ออ่อน เรียกว่าเป็นไม้ที่มีความแข็งในลักษณะที่กำลังพอเหมาะพอควร มีราคาถูกกว่าไม้เนื้อแข็ง ความทนทานก็สามารถสร้างบ้านเป็นหลังได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญทำให้บ้านดูมีความคลาสสิกจากสีไม้ที่จะแตกต่างจากไม้ประเภทอื่นค่อนข้างชัดเจน ความรู้สึกของการได้อยู่ในบ้านแบบนี้ทำให้คล้ายกับอยู่ติดกับธรรมชาติอันร่มรื่น ไม้เนื้อแข็งปานกลางที่นิยมใช้ในบ้านเรา อาทิ ไม้นนทรี ไม้ชุมแพรก ไม้กระบาก เป็นต้น

วิธีการทำชุดโต๊ะกินข้าวไม้โอ๊ค

ชุดโต๊ะกินข้าวถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่แทบทุกบ้านจะต้องมีเอาไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยความที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับการทานอาหารภายในบ้านรวมถึงยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้ห้องครัวหรือห้องทานอาหารดูสมบูรณ์แบบอีกด้วย ถึงกระนั้นสำหรับบางคนการเลือกซื้อชุดโต๊ะกินข้าวอาจดูมีราคาแพงเกินไป การที่เป็นคนมีฝีมือทางด้านช่างหรือต้องการลองทำเองด้วยวัสดุสุดหรูอย่างไม้โอ๊คก็ไม่ได้มีวิธีการทำที่ยากเย็นอะไรมากเลย

วิธีการทำชุดโต๊ะกินข้าจากไม้โอ๊คพร้อมอุปกรณ์

  1. ทำการศึกษารูปแบบของโต๊ะที่เราต้องการจะทำ ซึ่งปกติแล้วก็จะประกอบไปด้วยโต๊ะ 1 ตัว เก้าอี้ 4 ตัว เป็นพื้นฐานของโต๊ะกินข้าว
  2. เลือกซื้อเลือกหาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราต้องการจะใช้เน้นหนักไปที่การซื้อไม้โอ๊ค, กบไสไม้, ค้อน, สว่านไฟฟ้า, ตะปูเกลียว และอื่นๆ ตามแต่ว่าจะเลือกซื้อมาใช้งาน
  3. เริ่มต้นการทำง่ายๆ ด้วยการแยกประเภทการทำที่ก่อนระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้ โดยโต๊ะให้แยกการทำเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนขาโต๊ะและส่วนพื้นโต๊ะด้านบน โดยพื้นโต๊ะด้านบนทำการเลื่อยให้มีขนาดพอดีกับที่ต้องการต่อมาให้ไสให้เรียบด้วยกบไสไม้ จากนั้นก็เตรียมขาโต๊ะทั้ง 4 ข้าง ด้วยการเลื่อยออกให้มีขนาดสูงพอดีกับที่ต้องการ ตามด้วยการยิงสกรูเพื่อให้สามารถใส่ตะปูเกลียวลงไปได้ เมื่อยิงสกรูจนเป็นรูสำหรับใส่ตะปูเกลียวก็ให้เอาสว่านไฟฟ้าเจาะเข้าหัวด้านหนึ่งเข้ากับตะปูเกลียวแล้วยิงไปในจุดที่จะต่อกับขาโต๊ะทั้ง 4 ข้าง
  4. ส่วนขั้นตอนการทำเก้าอี้จะมีความยุ่งยากนิดหน่อยตรงที่เริ่มแรกต้องมีการตัดไม้ให้ได้ขนาดตามที่ต้องการโดยแบ่งเป็นช่วงขาโต๊ะ 6 ชิ้น 2 ชิ้นแรกเป็นขาหน้ามีขนาดกำลังเหมาะสม 2 ชิ้นต่อมาเป็นขาหลังพร้อมตัดให้ยาวจนถึงพนักพิงโดยส่วนนี้อาจมีการไสไม้ให้เฉียงออกเล็กน้อยช่วงบนเพื่อให้มีระดับพนักพิงนิดหน่อย ส่วนอีก 2 ชิ้นเป็นขายึดตรงกลาง ส่วนต่อมาก็คือเบาะนั่งโดยตัดไม้ให้มีขนาดเท่ากับขายึดด้านล่าง 4 ชิ้น จากนั้นก็ตัดไม้เป็นแผ่นให้มีขนาดพอดีกับเบาะหนัง ตัดแผ่นไม้เป็นพนักพิง เมื่อตัดเสร็จหมดเรียบร้อยให้เอาน๊อต หรือตะปูเกลียวเจาะยึดกันเหมือนกับตอนทำโต๊ะตรงจุดต่างๆ โดยทำเหมือนกันทั้ง 4 ตัวก็จะได้เก้าอี้สำหรับชุดโต๊ะกินข้าวแล้ว
  5. สำหรับบางคนอาจเลือกทาน้ำยาเคลือบไม้หรือทาสีอีกรอบเพื่อเพิ่มความสวยงาม เพื่อยืดอายุการใช้งาน หรือเพื่อป้องกันเสี้ยนไม้ต่างๆ ก็แล้วแต่ว่าจะทำอย่างไรต่อตรงจุดนี้ตามแต่ความต้องการของแต่ละบุคคล

แกะสลักไม้อย่างไรให้ได้ตามทรงที่ต้องการ

การแกะสลักไม้นับได้ว่าเป็นศิลปะขั้นสูงอีกประเภทที่ต้องบอกว่าไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้ เนื่องจากต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก ต้องรู้จักการใช้ศิลปะให้เป็น มีฝีมือที่เพียบพร้อมจึงจะสามารถแกะสลักงานไม้ออกมาได้อย่างงดงามตระการตาเหมือนที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งต้องบอกว่าหากใครต้องการที่จะเริ่มต้นการแกะสลักงานไม้ต้องมีความตั้งใจอย่างมากจึงจะประสบความสำเร็จในงานศิลปะด้านนี้อย่างแท้จริง

ขั้นตอนการแกะสลักเบื้องต้น

  1. กำหนดลวดลายรูปแบบของงานที่ต้องการแกะ ประเด็นแรกคือต้องรู้จักกับลักษณะของไม้เสียก่อน อาทิ ทางไม้หรือเสี้ยนไม้ที่สวนกลับมา เป็นสิ่งที่นักแกะสลักไม้จะต้องรู้ในอันดับแรกเพื่อสามารถกำหนดลวดลายของการแกะสลักได้อย่างชัดเจน
  2. การถ่ายลายลงบนพื้นไม้ คือการนำแบบที่ได้ร่างมาผนึกเข้ากับไม้ หรือตอกสลักกระดาษแข็งให้โปร่ง แล้วเอาลวดลายมาวางบนพื้นหน้าไม้ทาด้วยกาวแล้วลูบด้วยดินสอพอง จากนั้นก็นำกระดาษต้นแบบออก
  3. โคลนหุ่นเพื่อขึ้นรูป คือการตัดทอนตรงเนื้อไม้ด้วยเครื่องมือของช่างไม้ จากนั้นก็เอาเนื้อไม้ที่ไม่ต้องการออกไปให้เหลือแต่ตัวไม้ที่มีลักษณะตามต้องการแล้วค่อยนำไปแกะสลักต่อไป
  4. แกะสลักลวดลาย ใช้สิ่วที่คมทำการเจาะเป็นลายไม้ตามที่ต้องการโดยหน้าของสิ่วก็จะมีความกว้างแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทในการใช้งาน โดยการแกะสลักลวดลายหนึ่งครั้งสามารถเลือกใช้สิ่วได้หลากหลายประเภทตามแต่ว่าในช่วงลวดลายไหนต้องเลือกใช้สิ่วประเภทใดเพื่อให้เข้ากันได้ดีที่สุด

เทคนิคในการแกะสลักไม้

  • เวลาที่ทำการปาดไม้หรือแกะแรตัวลาย ต้องเลือกดูทางของเนื้อไม้เนื่องจากตอนใช้สิ่วปาดจะต้องไปตามทางของเนื้อไม้ ไม่ปาดย้อนเสี้ยนไม่อย่างนั้นอาจทำให้ไม้หลุดหรือบิ่นได้
  • การปาดแต่งแรลาย ต้องตั้งสิ่วเผล้ให้เอียงข้างหนึ่ง ตั้งฉากข้างหนึ่ง จะทำให้เกิดความสูงต่ำในการแกะสลักไม่เท่ากัน ถือว่าเป็นการเล่นแสง และเงาได้ดีอีกวิธีการหนึ่งสำหรับการแกะสลักไม้
  • ไม้แต่ละชนิดจะมีวิธีเล็กๆ น้อยๆ ในการแกะสลักต่างกันออกไป อาทิ ถ้าเป็นบานประตูหน้าต่างใช้ไม้แผ่นเดียวก็ทำได้ แต่ถ้าเป็นองค์พระที่มีขนาดใหญ่ต้องใช้เพลาะไม้ในการแกะหลายแผ่น ถือว่าเป็นเทคนิคที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งตรงจุดนี้ต้องดูให้ดีว่าการแกะสลักไม้ในแต่ละครั้งเป็นการแกะในรูปแบบใด

ปัจจุบันต้องบอกว่างานแกะสลักไม้ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ รวมถึงชื่นชอบผลงานในลักษณะนี้ด้วย เนื่องจากเป็นงานที่ใช้ฝีมือ ความสามารถของผู้ทำล้วนๆ ราคาของงานจึงค่อนข้างแพงคุ้มค่ากับฝีมือจริงๆ

ศิลปะหุ่นเศษไม้เหมือนจนขนลุก

ผลงานศิลปะอาจสะท้อนความน่ากลัวหรือทำให้สวยงามน่าประทับใจ เรื่องราวของศิลปะครั้งนี้ มันคือหุ่นจากเศษไม้

ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้คล้ายกับมนุษย์ จาก ศิลปินชาวญี่ปุ่น Nagato Iwasaki

โดยหุ่นต่างๆเหล่านี้ มีสัดส่วนที่คล้ายกันกับมนุษย์ เพียงแต่ว่าทำมาจากเศษไม้ หากลองคิดจินตนาการว่าเดินเข้าไปในป่า

แล้วเจอหุ่นต่างๆเหล่านี้ในระยะไกลๆ จะรู้สึกอย่างไร น่าจะคล้ายกับว่ามาจากหนังสยองขวัญเลยทีเดียว เพราะ มันจะดูสมจริงจนน่ากลัวทีเดียว

ช่างไม้ญี่ปุ่นในตำนาน

แม้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีความไฮเทคมากไหน พวกเค้าก็ยังไม่ทอดทิ้งภูมิปัญญาระดับตำนาน

ช่างไม้ญี่ปุ่นเป็นช่างไม้ที่ขึ้นชื่อในด้านฝีมือและเทคนิคระดับสูง ในวงการวิศวกรรมการก่อสร้างจะมีเทคโนโลยีล้ำๆ ในการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ช่างไม้ระดับตำนานเหล่านี้ก็ยังไม่ทอดทิ้ง เคล็ดลับความรู้ต่างๆของบรรพบุรุษ ในการเชื่อมไม้โดยไม่ใช้ตะปูสักดอกเดียว เป็นวิถีระดับตำนานที่คนญี่ปุ่นให้ความนับถือ หากจะสร้างบ้านไม้สักหลัง ต้องเลือกวิธีนี้ เพราะมันคือวิถีแห่งตำนาน ตำรับดั้งเดิมของแท้ นี่คือ วิถีช่างไม้ญี่ปุ่นในตำนานที่สืบทอดมายาวนานกว่า 100 ปี เรียกได้ว่าเป็นความคลาสสิกอย่างแท้จริง